Archive เมษายน 2020

ทำยังไงดีลูกน้อยไม่ยอมแปรงฟัน

เป็นปัญหาที่หนักใจและน่าปวดหัวกันมาตลอดของคุณพ่อคุณแม่มือใหม่สำหรับเรื่องการแปรงฟันของลูกน้อย เพราะถึงเวลาแปรงฟันทีไรลูกน้อยของคุณกลับร้องไห้โยเยและแสดงท่าทีต่อต้านขึ้นมาทันที ถ้าคุณใจอ่อนไม่ยอมให้ลูกของคุณแปรงฟันตามที่เค้าขอ อาจเกิดผลเสียที่คาดไม่ถึงกับสุภาพช่องปากของลูกน้อยในอนาคตได้  

มีคุณพ่อคุณแม่บางบ้านใช้วิธีล็อคแขนล็อคขาบังคับให้ลูกน้อยอยู่นิ่งๆแล้วพยายามแปรงฟันให้เอง นั่นมันยิ่งทำให้ลูกของคุณรู้สึกหวาดกลัวกันไปใหญ่ดังนั้นคุณควรหาวิธีจูงใจให้ลูกน้อยของคุณมองว่าการแปรงฟันเป็นเรื่องที่น่าสนุกสนานและเพลิดเพลินกันดีกว่าค่ะ

1.ปรับเวลาแปรงฟันให้เร็วขึ้น   คุณพ่อคุณแม่เกือบทุกบ้านจะสอนให้ลูกแปรงฟันก่อนเข้านอน แต่คุณทราบไหมว่ายิ่งดึกเด็กก็จะยิ่งง่วงนอน เพราะฉะนั้นคุณจะต้องปรับเปลี่ยนเวลาแปรงฟันให้เร็วขึ้น คือหลังรับประทานทานอาหารเย็นเสร็จก็ให้ชวนลูกของคุณแปรงฟันเลยทันทีและคุณต้องคอยพูดกำชับเพื่อไม่ให้ลูกของคุณกินขนมจนกว่าจะถึงเวลาเข้านอน เมื่อแปรงฟันเร็ว ลูกคุณไม่ง่วงนอน ลูกคุณก็จะไม่งอแง

2.แปรงฟันพร้อมกันทั้งครอบครัว  เนื่องจากเด็กมีพฤติกรรมชอบลอกเลียนแบบ ดังนั้นคนเป็นพ่อเป็นแม่จะต้องแสดงความกระตือรือร้นทำให้ลูกมีความรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งในการแปรงฟัน ไม่ใช้แค่ยืนออกคำสั่งจากเดียว ให้คุณเปลี่ยนแปลงการแปรงฟันที่น่าเบื่อของลูกมาชั่วโมงกิจกรรมสนุกๆที่ต้องทำไปพร้อมกันทั้งครอบครัว นอกจากลูกจะคิดว่าคุณเป็นตัวอย่างที่ดีของเค้าแล้ว คุณก็ยังจะได้สุขภาพช่องปากที่ดีเป็นของแถมตามไปด้วย

3.ใช้เพลงมาเป็นส่วนประกอบ ในขณะที่คุณพาลูกแปรงฟัน ให้คุณใช้เสียงเพลงมาเป็นตัวประกอบเข้าช่วยเพื่อดึงดูดความสนใจให้เค้าอยากแปรงฟันมากขึ้น เลือกเพลงที่มีจังหวะสนุกๆที่ลูกคุณชอบ เปิดเพลงแล้วคุณควรเต้นตามจังหวะไปพร้อมกันกับลูก หาเพลงที่ยาวประมาณ 2-3 นาที เปลี่ยนเพลงใหม่ๆอยู่เรื่อย ลูกน้อยของคุณจะได้ไม่เบื่อง่าย

4.ชื่นชมทุกครั้งหลังแปรงฟัน   ทุกครั้งหลังแปรงฟันเสร็จให้คุณกล่าวชมเชยว่าเค้าเป็นคนเก่งและน่ารักเสมอ เพราะเด็กน้อยจะสัมผัสถึงความภาคภูมิใจในตัวเองที่เค้าสามารถทำให้พ่อแม่มีความสุขได้ เท่านั้นไม่พอคุณต้องให้รางวัลเค้าด้วยการสวมกอดและหอมที่แก้มเค้าไปด้วย มันจะยิ่งช่วยตอกย้ำถึงความรักที่มีต่อลูกของคุณ

เป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกๆคนนะคะ ขอให้คุณผ่านอุปสรรคเรื่องนี้ไปให้ได้ เพราะในการเลี้ยงลูกให้เติบโตและแข็งแรงนั้น คุณยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเจอะเจอ

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  ชุดตรวจ hiv

โรคเสียงดังในหู

โรคเสียงดังในหู เป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ส่วนใหญ่ก็จะมีเสียงคล้ายแมลงหวี่ บางทีก็จะเป็นเสียงทุ้มอาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ มักจะได้ยินตอนอยู่ที่เงียบๆหรือเวลากลางคืน โรคนี้ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายแต่บางครั้งก็เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจจะมีโรคซ้อนอยู่ที่เป็นอันตรายได้ คนไข้ส่วนใหญ่เป็นแล้วหายเองก็มีหรือถ้าไม่หายก็ควรปรึกษาาแพทย์ โรคเสียงดังในหูแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ Subjective Tinnitus และ Objective Tinnitus  สาเหตุของความผิดปกติประเภท Subjective Tinnitus  

1.) เกิดความผิดปกติที่หูชั้นนอก เช่น ขี้หูอุดตัน เยื่อแก้วหูทะลุ หูชั้นนอกอักเสบ เนื้องอกของหูชั้นนอก 

2.) หูชั้นกลางมีการอักเสบ หรือมีน้ำขัง เนื่องจากท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ หรือมีหินปูนในหูชั้นกลาง 

3.) ประสาทหูชั้นในเสื่อมจากอายุ พบได้บ่อยอาการจะค่อยเป็นค่อยไป มักมีอาการได้ยินลดลง และมีความจำเสื่อม ปวดเวียนศีรษะร่วมด้วย 

4.) อันตรายจากเสียงดัง การได้รับเสียงที่ดังมาก ๆในระยะเวลาสั้นๆ เช่น ได้ยินเสียงปีน เสียงระเบิด หรือเสียงประทัด ทำให้ประสาทหูเสื่อมเฉียบพลัน หรือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังในระดับปานกลางเป็นระยะเวลานาน ๆ ทำให้ประสาทหูค่อยๆเสื่อมลง  

5.) เกิดการติดเชื้อของหูชั้นใน เช่น หูน้ำหนวกที่ลุกลามเข้าหูชั้นใน การติดเชื้อซิฟิลิสเข้าหู หรือสมอง หรือไวรัสเอดส์ 

6.) เกิดความผิดปกติในสมอง โดยเฉพาะโรคของหลอดเลือด เช่น โรคMultiple sclerosis ปลอกเส้นประสาทอักเสบ หลอดเลือดในสมองตีบ โรคลมชัก เยื่อหุ้มสมอง หรือสมองอักเสบ โรคไมเกรน 

7.) ยาหลายชนิด โดยเฉพาะยาที่มีพิษต่อหูชั้นใน ในอาหารบางชนิด เช่น อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันสูง 

สาเหตุของความผิดปกติประเภท Objective Tinnitus คนใกล้ชิด หรือแพทย์ที่ตรวจสามารถได้ยินเสียงนั้นด้วย ซึ่งมีแหล่งจากต้นกำเนิดเสียงจริงที่เกิดขึ้นในร่างกาย ซึ่งสาเหตุเสียงดังในหูประเภทนี้ได้แก่ 

1.) ความผิดปกติของหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดแดงมีการเชื่อมต่อที่ผิดปกติกับหลอดเลือดดำ หรือหลอดเลือดวางอยู่ในตำแหน่งที่ผิดปกติ หรือหลอดเลือดแดงโป่งพองบริเวณศีรษะ และคอที่อยู่ใกล้ชิดหูชั้นใน หรือแม้แต่ในสมองเอง มักเกิดพร้อมจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือเมื่อออกกำลังกาย อาจได้ยินเมื่ออยู่ใกล้กับผู้ป่วยหรือเมื่อใช้ เครื่องช่วยฟัง 

2.) ความผิดปกติของการควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณเพดานอ่อน มีการกระตุกทำให้เกิดเสียง 

3.) เสียงดังในหูอาจเกิดจากความผิดปกติของท่อยูสเตเชียน ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างหูชั้นกลางและโพรงหลังจมูก หากท่อปิดไม่สนิทขณะหายใจเข้าหรือออก อาจทำให้เกิดเสียงขึ้นได้ 

ออกกำลังกายอย่างไรให้มีกล้ามเนื้อ

เรียกได้ว่าในปัจจุบันนี้เทรนด์กล้ามกำลังมาเลยก็ว่าได้นะ ไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้นมีอยากจะสร้างกล้ามเนื้อ แต่ในผู้หญิงเองนั้นก็มีความต้องการเหมือนกัน ซึ่งมีความเชื่อที่ว่าการมีกล้ามเนื้อที่ดีนั้นแสดงถึงสุขภาพที่ดีและความเซ็กซี่เบาๆ แต่ก็นั้นแหละปฏิเสธไม่ได้เลยจริงว่าการมีการเนื้อนั้นทำให้ร่างกายดูดีขึ้นได้จริงๆ

การจะสร้างกล้ามเนื้อของร่างกายให้แข็งแรง และเห็นได้ชัดนั้นจะต้องทำการออกกำลังกายเพื่อสร้างมันขึ้นมา แล้วจะออกกำลังกายแบบไหนล่ะเพื่อให้กล้ามเนื้อขึ้นและเห็นได้ชัด การออกกำลังกายที่จะช่วยเสริมสร้างให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และขึ้นรูปมากที่สุดคือการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง

เป็นการออกกำลังกายที่ต้องพึ่งการใช้อุปกรณ์ในการเข้าช่วย เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกาย บางคนมีความสงสัยว่าถ้าออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งแล้วช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ไขมันจะหายไปหรือไม่ แน่นอนว่าจะช่วยให้ไขมันหายไปอย่างแน่นอน จะทำให้สัดส่วนตรงนั้นของคุณดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่สำหรับผู้ที่ร่างกายอ้วนหรือใหญ่เพราะไขมันมากจนเกินไป การเริ่มออกกำลังกายด้วยเวทเทรนนิ่งนั้นอาจจะไม่เหมาะสมสักเท่านั้น สิ่งที่คุณควรเริ่มทำคือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ การออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยให้คุณเผาผลาญไขมันออกจากร่างกายก่อน

ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอจะถูกกล่าวว่าเป็นการออกกำลังกายที่ทำลายกล้ามเนื้อก็ตาม แต่คุณยังสามารถกลับมาออกกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กลับมาได้ การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งนั้นยังมีอีก 1 รูปแบบนั้นก็คือ บอดี้เวท การออกกกำลังกายแบบบอดี้เวทคือ การใช้น้ำหนักตัวของเรานั้นแทนอุปกรณ์ต่างๆนั้นเอง

ซึ่งท่าต่างๆสามารถหาทำตามได้อย่างง่าย แต่บอดี้เวทนั้นจะทำให้กล้ามเนื้อชัดเจนได้ไม่เท่ากับการเล่นเวทเทรนนิ่งกับอุปกรณ์ที่อยู่ในฟิตเนสหรือในยิม แต่ถึงอย่างไรนั้นถ้าคุณไม่มีเวลาไปเข้าฟิตเนสหรือยิม ใช้เวลา 15-20 นาทีกับบอดี้เวทก็ถือว่าได้เสริมสร้างกล้ามเนื้อได้เช่นกัน และอีกปัจจัยสำคัญของการสร้างกล้ามเนื้อคือ อาหาร แหล่งอาหารสำคัญของกล้ามเนื้อคือ โปรตีน

และเพื่อให้เพียงพอที่นำไปใช้เสริมสร้างคุณจะต้องทานโปรตีนให้ได้เท่ากับน้ำหนักตัว ซึ่งถือว่าเป็นไปได้อย่างที่จะทำให้ได้รับมากขนาดนั้น คนส่วนใหญ่จึงต้องพึ่งอาหารเสริมอย่าง เวย์โปรตีน ที่จะทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนเพียงพอที่เข้าเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ เอาล่ะ เป็นไงบ้าง ถ้าคุณอย่างมีกล้ามเนื้อร่างกายที่สวยงามก็อย่าลืมปัจจัยต่างๆเหล่านี้ล่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บุหรี่ไฟฟ้า