Archive พฤษภาคม 2020

เหรียญสองด้าน ของการกินเผ็ด 

          คนไทยส่วนใหญ่นิยมทานอาการรสจัด โดยเฉพาะรสเผ็ด แทบจะทุกภาคของประเทศไทย อาหารขึ้นชื่อของแต่ละภาคก็จะมีความจัดจ้านของรสเผ็ดรวมอยู่ด้วย การทานเผ็ดอาจก่อให้เกิดโทษหลายอย่างแต่ของทุกอย่างมี 2 ด้านเสมอการทานอาหารเผ็ดก็เช่นกัน มันมีทั้งประโยชน์และโทษในตัวเอง หลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบว่าการทานเผ็ดนอกจากที่ทำให้เราทานอาหารอร่อยแล้วจะมีประโยชน์ยังไง วันนี้จะมาชี้ให้เห็นทั้งสองด้านของการทานเผ็ดให้ทราบกัน

          มาดูที่ประโยชน์จากการทานอาหารเผ็ดกันว่าจะมีดีอะไรบ้าง 

  1. การทานเผ็ดจะช่วยเรื่องของการทำให้ร่างกายเผาพลาญ สังเกตได้จากคนที่กินเผ็ดเหงื่อจะไหลเยอะ นั่นเป็นเพราะร่างกายกำลังขับความร้อนของพริกออกมา 
  2. การทานพริกจะช่วยให้เรื่องระบบหายใจไม่ติดขัด  เพราะจะมีสารชนิดหนึ่ง ซึ่งจะช่วยเรื่องของการลดน้ำมูก ดังจะเห็นได้ว่าตั้งแต่สมัยอดีต คนสูอายุจะแนะนำให้เราทานเผ็ดมากๆ ในช่วงที่เราเป็นหวัดเพราะจะช่วยให้จมูกโล่ง
  3. รู้หรือไม่ว่าพริกก็สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้
  4. พริก ช่วยลดอาการปวดฟันได้
  5. การกินพริกช่วยให้เรื่องระบบหมุนเวียนเลือดและลดการอุดตันของเส้นเลือดได้ 
  6. ที่สำคัญการกินพริกจะช่วยให้เราสดชื่น 

แต่ใช่ว่าการเผ็ดจะช่วยให้เกิดผลดีกับร่างกายเราอย่างเดียว เมื่อมีประโยชน์ก็ย่อมมีโทษเช่นกัน เหรียญมักมี 2 ด้านเสมอ เรามาดูข้อเสียจาการทานเผ็ดกันบ้าง

  1. อันดับแรกเลยคือโรคอ้วน เพราะการกินอาหารรสเผ็ดจะช่วยให้เรากินอาหารได้เยอะขึ้นเพราะรสชาติที่อร่อย ดังนั้นเมื่อกินมากก็อ้วนมาก เป็นข้อเสียของการกินเผ็ดที่แทบจะทำให้เลิกกินเผ็ดกันเลยทีเดียว
  2. เมื่อกินเผ็ดเรื่องของการปวดท้อง ท้องเสีย หรือแม้แต่การเป็นโรคกระเพาะก็จะตามมาทันที โดยเราสามารถสังเกตได้ง่ายๆว่าเมื่อเรากินเผ็ดมากๆ เราจะแสบท้อง บางครั้งท้องเสียจนหมดแรงเลยก็มี
  3. อย่างที่บอกในข้อดีของพริกว่าช่วยระบบหมุนเวียนของเลือด ดังนั้นมันจะไปส่งผลต่อหัวใจให้ทำงานหนัก อาจทำให้เลี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้ง่ายๆ 
  4. และที่พบบ่อยที่สุดคือ หากเราไม่ระวัง ถ้ามือไปถูกพริกจะทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง จะแสบผิวตรงที่โดนพริกได้หรือบางทีหากจับพริกแล้วไม่ได้ล้างมือแล้วนำมือไปขยี้ตา ก็ทำให้แสบตาได้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่าพริกมีทั้งคุณและโทษ การกินพริกไม่ได้มีผลดีด้านเดียวหรือผลร้ายด้านเดียว ดังนั้นคุณควรตัดสินใจว่าจะเลือกทานหรือไม่ทาน แต่ถ้าหากเลือกที่จะทานพริก แนะนำให้ลดปริมาณความเผ็ดลง ก็จะช่วยลดผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกันนะคะ 

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

ผลไม้กินมากก็อ้วนได้เหมือนกัน

คงเคยได้ยินที่ใครหลายๆก็ต่างมักจะพูดว่า “กินผลไม้ดีกว่าขนม” “กินผลไม้แล้วไม่อ้วน” เวลาที่เราลดหุ่น ลดน้ำหนัก หลายคนจึงเลือกการทานผลไม้เป็นของว่างแทนขนม หรือทานทุกหลังมื้ออาหาร

แต่รู้หรือไม่ถึงแม้ว่าผลไม้จะวิตามินและสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย แต่ถ้าหากทานในปริมาณที่มากจนเกินไปก็สามารถทำให้อ้วนได้เช่นกัน เพราะในผลไม้ทุกชนิดก็มีความหวานจากน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ เราจึงควรเรียนรู้ว่าน้ำตาลแต่ละชนิดที่อยู่ในผลไม้มีอะไรบ้าง ทำหน้าที่และมีโยชน์ต่อร่างกายอย่างไหร่

1.น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลชนิดนี้จะอยู่ในผลไม้ทั่วไปและอาหารจำพวกแป้ง เป็นน้ำตาลโมเลกุลเชิงเดี่ยวความหวานสัมพันธ์ 70-80 ความหวานจัดอยู่ในระดับปานกลาง น้ำตาลกลูโคสคือ น้ำตาลในเลือด ที่ร่างกายสามารถทำการย่อยและดูดซึมได้เร็วที่สุด จึงมีความจำเป็นอย่างมากเพราะเป็นแหล่งพลังงานของเซลล์ต่างๆในร่างกาย และพลังงานที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

2.น้ำตาลฟรุกโตส น้ำตาลชนิดนี้จะอยู่ในผลไม้ที่มีรสหวานและในน้ำผึ้ง ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวหรือในรูปแบบโมเลกุลคู่กับน้ำตาลกลูโคสของน้ำตาลทราย น้ำตาลชนิดนี้มีความสามารถในการเข้าสู่เซลล์ต่างๆในร่างกายได้เลยโดยที่ไม่ต้องพึ่งอินซูลิน ทำให้ผลไม้ที่ส่วนประกอบของน้ำตาลฟรุกโตสมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน

3.น้ำตาลซูโครส น้ำตาลชนิดนี้จะอยู่ในผลไม้สุกเกือบทุกประเภท และอยู่ในน้ำทรายขาว น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลอ้อย เป็นต้น มีการค้นพบว่าเมื่อรับประทานผลไม้หรืออาหารที่ส่วนประกอบของน้ำตาลซูโครสจะทำการแตกตัวออกหรือถูกย่อย จะให้เกิดการแตกตัวของน้ำตาลกลูโคสและน้ำตาลฟรุกโตสอย่างละ 1 โมเลกุล

การรับประทานผลไม้นั้นมีประโยชน์ก็จริงเพราะร่างกายจะได้รับน้ำตาลจากธรรมชาติ แต่ถ้าหากว่ารับประทานผลไม้มากเกินไป ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญออกได้หมด เป็นเหตุที่ก่อให้เกิดไขมันสะสมที่จะทำให้อ้วนได้ ไม่ได้ต่างจากอาหารประเภทอื่นๆ แต่อย่าไม่กลัวจนถึงขั้นงดรับประทาน เพราะในผลไม้นั้นมีประโยชน์ มีใยอาหารสูง ไขมันต่ำ และมีการทำวิจัยออกมาว่าการทานผลไม้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ อย่าง โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และอื่นๆ แต่สิ่งที่เราควรคำนึกในการรับประทานผลไม้และอาหารทุกชนิด

ควรทานให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่เยอะจนเกินไป ผลไม้จะทานให้มีปะสิทธิภาพมากที่สุดควรที่จะทานเป็นผลไม้สด หลีกเลี่ยงผลไม้แปรรูป ผลไม้อบแห้ง ผลไม้ดอง เพราะในผลไม้พวกนี้ได้สูญเสียสารอาหารบางชนิดไปและมีโซเดียมเพิ่มมากขึ้น

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

ตัดผมสั้นอย่างไรให้สวยเป๊ะ2

การตัดผมสั้นให้สวยเป๊ะได้นั้นก็คือจะต้องคำนึงในเรื่องของโครงหน้าของเรานั่นเอง เพราะเมื่อเรารู้ว่าเรานั้นมีโครงหน้าแบบไหนก็จะสามารถทำให้เรานั้นตัดผมสั้นได้อย่างสวยเป๊ะนั่นเอง ซึ่งโครงหน้าที่นิยมตัดผมสั้นนั้นก็คงจะเป็นคนที่มีโครงหน้าเหลี่ยมนั่นเอง

เพราะในการตัดผมสั้นเป็นการช่วยปกปิดความเหลี่ยมของใบหน้าด้วย ทำให้สาวๆที่มีปัญหาในเรื่องโครงหน้าเหลี่ยมนั้นก็มักจะตัดผมสั้นเพื่ออำพรางหน้าเหลี่ยมนั่นเอง ถึงแม้จะตัดผมสั้นแล้ว แต่ถ้าหากเลือกทรงผมที่ไม่เหมาะกับใบหน้าที่เหลี่ยมนั้น ก็อาจจะยิ่งไปเพิ่มความเหลี่ยมของหน้าก็ได้

ทรงผมสั้นสำหรับสาวหน้าเหลี่ยมที่ควรหลีกเลี่ยงนั้นก็คือผมสั้นที่สั้นจนเกินไปเพราะการตัดผมสั้นที่สั้นเกินไปนั้นจะทำให้เห็นโครงหน้าในส่วนที่เหลี่ยมนั่นเอง ดังนั้นการควรหลีกเลี่ยงการซอยสั้นหรือการตัดผมสั้นเกินติ่งหูอย่างมากนั่นเอง แต่อาจจะแก้ไขถ้าหากมีการตัดหรือซอยผมที่สั้นเกินกว่าติ่งหูนั้น ก็อาจจะแก้ด้วยการตัดผมหน้าม้าแบบซีทรูหรือการตัดหน้าม้าแบบบางๆนั่นเอง เพราะจะช่วยทำให้โครงหน้าที่ดูเหลี่ยมนั้นมีมิติและดูเรียวขึ้นได้นั่นเอง และไม่ควรตัดหน้าม้าแบบหนาๆ เพราะอาจจะดูเหมือนเป็นการเอาอะไรมาเปะบนหน้าผากแล้วทำให้มันดูเหลี่ยมไปหมด

ทั้งผมหน้าม้าและหน้าด้วยนั่นเอง และสำหรับทรงผมสั้นที่เหมาะกับสาวๆหน้าดูเหลี่ยมนั้นก็คือการตัดผมสั้นในระดับที่เลยหูหรือพอดีคางนั่นเอง เพราะการตัดผมในลักษณะนี้นั้นจะช่วยไปอำพรางหน้าบริเวณที่เหลี่ยมนั่นเอง และนอกจากจะสามารถปิดโครงหน้าที่เหลี่ยมได้แล้วนั้นการตัดผมสั้นในระดับนี้ยังช่วยทำให้หน้าดูเรียวยาวขึ้นได้อีกด้วยและอย่างที่บอกว่าสำหรับสาวหน้าเหลี่ยมที่อยากสวยเป๊ะนั้นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงคือการตัดหน้าม้านั่นเอง ถึงแม้จะมีการตัดผมที่พอดีบริเวณกรอบหน้าเพื่ออำพรางหน้าแล้วแต่การตัดหน้าม้านั้นจะทำให้หน้าของเราดูสั้นนั่นเอง

ดังนั้นแล้วสาวหน้าเหลี่ยมไม่ควรตัดหน้าม้าอย่างยิ่ง แต่ถ้าหากอยากได้ลุคคาวาอี้ก็อาจจะมีการตัดหน้าม้าแบบซีทรูเช่นกันเพราะจะช่วยทำให้หน้าดูยาวและเรียวขึ้นได้นั่นเอง และการตัดผมสั้นนั้นก็จะต้องมีการจัดทรงอยู่เสมอ เพื่อความสวยเป๊ะอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

การตัดผมให้เข้ากับโครงหน้านั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้หญิงมาก เพราะนอกจากจะช่วยเสริมความสวยงามให้ใบหน้าแล้วนั้นยังสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราอีกด้วย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย