พฤติกรรมเสี่ยง เสพติดยาดม

ยาดมคือยาน้ำที่ใช้สำหรับสูดดม เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก เวียนหัว เป็นลม หรือทารักษาอาการคัน บวม แดงจากแมลงกัดต่อย ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ยาน้ำแอมโมเนีย และยาน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยหลายชนิด เช่น เมนทอล การบูร เป็นต้น

โดยเมนทอลนั้นมีกลิ่นหอม และเมื่อสัมผัสกับผิวหนังก็จะทำให้รู้สึกเย็น ส่วนการบูรก็มีกลิ่นที่หอมเย็น ซึ่งแต่เดิมจะสกัดจากต้นการบูร แต่ปัจจุบันเป็นสารสังเคราะห์แล้ว เนื่องจากทำได้ง่าย และมีราคาถูกกว่าถ้าสกัดจากพืช นอกจากนี้การบูรยังให้ความรู้สึกเย็น เมื่อสัมผัสกับผิวหนังเช่นเดียวกับเมนทอล

พฤติกรรมเสพติดยาดมเกิดจากอะไร และอันตรายต่อสุขภาพแค่ไหน
“การเสพติดยาดม” โดยชอบสูดดมยาดมอยู่เป็นประจำ แม้ไม่ได้มีอาการคัดจมูก เวียนหัว หรือจะเป็นลมนั้น มีสาเหตุมาจากสารเคมีที่ใช้ในการผลิตบางชนิด อย่างเมนทอลและการบูร ที่มีผลต่อระบบประสาทซึ่งอาจทำให้เกิดการเสพติดได้ แต่พฤติกรรมการเสพติดยาดม จะเป็นในรูปแบบที่ใช้จนติดเป็นนิสัย มากกว่าเป็นอาการทางจิต

อย่างไรก็ดีการสูดดมสารเหล่านี้บ่อยๆ อาจทำให้เยื่อบุทางเดินจมูก ที่สัมผัสกับกลิ่นที่เข้มข้นเกิดการระคายเคืองได้ นอกจากนี้หากสูดดมเมนทอลหรือเกล็ดสะระแหน่ ที่เป็นส่วนผสมอยู่ในยาดมโดยมีความเข้มข้นสูง และใช้ติดต่อกันเป็นประจำ อาจทำให้เกิดปอดอักเสบอีกด้วย

ซึ่งการใช้ยาดมที่ถูกต้องนั้น ไม่ควรใช้ยาดมในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี และสามารถสูดดมใกล้ๆ ได้ แต่ไม่ควรสัมผัสกับจมูกโดยตรง หรือไม่ควรเอาหลอดยาดมเข้าไปค้างไว้ในจมูก เพราะสารทุกตัวอาจทำให้ระคายเคืองได้เมื่อสัมผัส ควรเก็บยาดมไว้ในอุณหภูมิห้อง ให้พ้นจากมือเด็กและแสงแดด

รวมถึงหมั่นตรวจสอบวันหมดอายุของยาดมด้วย เหนืออื่นใดยังควรหลีกเลี่ยงการใช้หลอดยาดมที่สัมผัสจมูกผู้อื่นแล้ว เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้นั่นเอง สุดท้ายหากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงควรรีบไปพบแพทย์ เพราะยาดมใช้รักษาอาการได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น